• Decrease font size
  • Return font size to normal
  • Increase font size
U.S. Department of Health and Human Services

Food

  • Print
  • Share
  • E-mail

กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยทางด้านอาหาร

In English


FDA จัดให้มีเอกสารฉบับแปลนี้เพื่อให้บริการแก่ผู้อ่านในประเทศต่างๆ เราหวังว่าเอกสารฉบับแปลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณ แม้ว่าเราได้พยายามจัดหางานแปลที่ตรงกับฉบับภาษาอังกฤษมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราก็ตระหนักดีว่าเอกสารฉบับแปลอาจไม่ละเอียด หรือชัดเจน หรือสมบูรณ์เหมือนกับฉบับภาษาอังกฤษ ฉบับที่เป็นทางการของเอกสารนี้คือฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษ

 

กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยทางด้านอาหารที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2010 มุ่งหมายที่จะรับประกันว่าอุปทานอาหารในสหรัฐปลอดภัย โดยการเปลี่ยนจุดมุ่งเน้นของ
ผู้มีอำนาจควบคุมของรัฐบาลกลาง จากการตอบสนองต่อการเจือปนไปที่การป้องกันการเจือปน แพทย์หญิงมาร์กาเร็ต เอ แฮมเบิร์ก ผู้อำนวยการสำนักงานอาหารและยา (FDA) มีถ้อยแถลง
เป็นลายลักษณ์อักษร ออกมาหลังการออกกฎหมายไม่นานนัก ข้อเท็จจริงที่สำคัญเกี่ยวกับ
กฎหมายฉบับนี้ นำเสนอไว้ดังต่อไปนี้
 
กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงความปลอดภัยทางอาหารให้ทันสมัยของ FDA (The FDA Food Safety Modernization Act หรือ FSMA): ข้อเท็จจริงที่สำคัญ
 
ภาระเกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บที่มากับอาหารเป็นภาระหนัก ในแต่ละปี คนหนึ่งคนในทุกๆหกคนในสหรัฐ -- คนอเมริกัน 48 ล้านคน -- ล้มป่วยลงเพราะโรคภัยไข้เจ็บ
ที่มากับอาหาร มากกว่าหนึ่งแสนคนต้องเข้าโรงพยาบาล และหลายพันคนเสียชีวิต
ต่อไปนี้เป็นการปรับปรุงความปลอดภัยทางอาหารที่สำคัญบางอย่างที่รวมอยู่ในกฎหมาย
 
การควบคุมเชิงป้องกัน
เป็นครั้งแรกที่ FDA มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกำหนดการควบคุมเชิงป้องกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทั่วทั้งอุปทานอาหาร

  • กฎหมายเปลี่ยนแนวทางการทำงานของ FDA ในเรื่องความปลอดภัยของอาหารจากระบบที่
    มักเป็นการตอบสนองต่อการระบาดของโรคบ่อยครั้งเกินไปมากกว่าที่จะเป็นการป้องกันโรค การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว กระทำโดยการกำหนดให้สถานที่ผลิตอาหารประเมินอันตราย
    ในการทำงานของตน นำมาตรการที่ได้ผลมาใช้และติดตามดูแลเพื่อป้องกันการเจือปน และมีแผนพร้อมที่จะดำเนินการแก้ไขใดๆที่จำเป็น
  • และยังให้ FDA กำหนดมาตรฐานที่มีหลักวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานสำหรับการผลิตอย่าง
    ปลอดภัย และการเก็บเกี่ยวผลไม้และผัก เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บ
    หรือการเสียชีวิตลงให้เหลือน้อยที่สุด
  • สมรรถนะใหม่ที่ทำให้บริษัทผลิตอาหารต้องรับผิดชอบในการป้องกันการเจือปนเป็นประเด็นสำคัญในความพยายามที่จะปรับให้ระบบความปลอดภัยทางอาหารทันสมัยขึ้น

 

การตรวจสอบและการปฏิบัติตาม
กฎหมายฉบับนี้ตระหนักว่า การตรวจสอบเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำให้อุตสาหกรรมเป็น
ผู้รับผิดชอบในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย FDAจะทำงานให้ได้ตามความคาดหมายนี้โดย:

  • การใช้ทรัพยากรในการตรวจสอบในลักษณะที่ใช้ความเสี่ยงเป็นพื้นฐาน
  • ปรับเปลี่ยนวิธีการตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพและได้ผลด้วยทรัพยากรที่มีอยู่

 

ความปลอดภัยของอาหารนำเข้า
กฎหมายปรับปรุงสมรรถนะของ FDA เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในการควบคุมดูแลผลิตภัณฑ์อาหาร
นับล้านๆที่เข้ามาในสหรัฐจากประเทศอื่นๆในแต่ละปี ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของอุปทานอาหาร
ในสหรัฐเป็นอาหารนำเข้า ซึ่งรวมทั้งผลไม้และผักสด 60 เปอร์เซ็นต์ และอาหารทะเล 80 เปอร์เซ็นต์ 

ในส่วนที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารนำเข้าโดยเฉพาะมากขึ้นไปอีก กฎหมาย:

  • กำหนดให้ผู้นำเข้ายืนยันผู้จัดหา เพื่อรับประกันว่าอาหารที่นำเข้าปลอดภัย
  • ให้อำนาจ FDA ในการปฏิเสธการนำเข้าอาหาร ถ้าสถานที่ผลิตในต่างประเทศ
    หรือประเทศนั้นๆไม่ยอมให้ FDA ตรวจสอบ
  • ให้อำนาจ FDA กำหนดการรับรอง โดยใช้เกณฑ์ความเสี่ยงเป็นพื้นฐาน ว่าอาหารนำเข้านั้น
    เป็นไปตามกฎข้อบังคับของความปลอดภัยทางด้านอาหาร
  • จัดสิ่งจูงใจให้ผู้นำเข้าสำหรับการดำเนินมาตรการความปลอดภัยทางอาหารเพิ่มขึ้น โดยให้ FDA จัดทำโครงการอาสา ซึ่งอาหารที่นำเข้าจะได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็ว ถ้าผู้นำเข้า
    สมัครใจดำเนินมาตรการบางอย่างเพื่อยืนยันความปลอดภัยของอาหาร 

 

การตอบสนอง
นับเป็นครั้งแรกที่ FDA จะมีอำนาจเรียกกลับผลิตภัณฑ์อาหารทั้งหมด ในขณะที่ FDA คาดว่า คงจะไม่ต้องใช้อำนาจที่ว่านี้บ่อยครั้ง เพราะอุตสาหกรรมอาหารส่วนใหญ่ปฏิบัติตามคำขอของ FDA ให้สมัครใจเรียกกลับอาหารเอง อำนาจใหม่นี้เป็นการปรับปรุงสมรรถนะของ FDA เป็นอย่างมาก
ในการคุ้มครองสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
    
ส่งเสริมการร่วมทำงานให้ดีขึ้น
กฎหมายฉบับนี้ตระหนักถึงความสำคัญของการกระชับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานความปลอดภัย
ทางอาหารทั้งหมด -- ของรัฐบาลกลาง รัฐ ท้องที่ ดินแดนในการปกครอง ชนเผ่า ละในต่างประเทศ -- ที่มีอยู่แล้วให้แข็งขันมากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเราทางด้านสาธารณสุข

กฎหมายยังตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสมรรถนะของรัฐ ท้องที่ ดินแดนในการปกครอง และชนเผ่าในโครงการความปลอดภัยทางด้านอาหารด้วย ในบทบัญญัติอื่นๆ กฎหมายฉบับนี้ยังสั่ง
ให้รัฐมนตรีปรับปรุงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในเรื่องความปลอดภัยทางด้านอาหารของรัฐ ท้องที่ ดินแดนในการปกครอง และชนเผ่า และให้เงินสนับสนุนการฝึกอบรม การดำเนินการตรวจสอบ การสร้างสมรรถนะของห้องปฏิบัติการทดลอง และโครงการความปลอดภัยทางด้านอาหาร และกิจกรรมอื่นๆทางด้านความปลอดภัยของอาหาร