• Decrease font size
  • Return font size to normal
  • Increase font size
U.S. Department of Health and Human Services

Food

  • Print
  • Share
  • E-mail

คำถามและคำตอบเกี่ยวกับกฎหมาย ว่าด้วยการปรับปรุงความปลอดภัย ทางด้านอาหารให้ทันสมัย

In English

โดยรวม | ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบและการปฏิบัติตามระเบียบ | การป้องกัน 

กฎความปลอดภัยสำหรับผลิตผลการเกษตร | การนำเข้า | ขอบเขตรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องชุดเอกสาร แนวปฏิบัติ กฎหมาย และระเบียบ 


FDA จัดให้มีเอกสารฉบับแปลนี้เพื่อให้บริการแก่ผู้อ่านในประเทศต่างๆ เราหวังว่าเอกสารฉบับแปลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณ แม้ว่าเราได้พยายามจัดหางานแปลที่ตรงกับฉบับภาษาอังกฤษมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราก็ตระหนักดีว่าเอกสารฉบับแปลอาจไม่ละเอียด หรือชัดเจน หรือสมบูรณ์เหมือนกับฉบับภาษาอังกฤษ ฉบับที่เป็นทางการของเอกสารนี้คือฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษ


โดยรวม

G. 1 ปัญหาเรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่มากับอาหารเป็นปัญหามากน้อยแค่ไหนใน ประเทศนี้?
คนราวๆ 48 ล้านคน (1 ใน 6 ของคนอเมริกัน) ล้มป่วยลง 128,000 คนต้องเข้าโรงพยาบาล และ 3,000 คนเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บที่มากับอาหาร ตามข้อมูลเมื่อเร็วๆนี้จากศูนย์ ควบคุมและป้องกันโรค นับเป็นภาระสำคัญทางด้านสาธารณสุขที่ส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องป้องกันได้

G. 2 ทำไมจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายฉบับนี้?
โรคภัยไข้เจ็บที่มากับอาหารส่วนใหญ่ป้องกันได้ ถ้าสามารถทำให้ทุกคนในโซ่อาหารโลก รับผิดชอบและสามารถอธิบายแต่ละขั้นตอนในการควบคุมอันตรายที่ก่อให้เกิดโรคได้ ตามกฎหมายใหม่ จากนี้ไป FDA จะมีเครื่องมือใหม่ที่มุ่งเน้นการป้องกัน และขอบข่ายกฎ ข้อบังคับที่ชัดเจนเพื่อช่วยปรับปรุงวิธีรักษาความปลอดภัยทางด้านอาหารของเราให้ดีขึ้นได้อย่างมาก ตัวอย่างเช่น เป็นครั้งแรกที่ FDA มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกำหนดการควบคุม เชิงป้องกันได้อย่างสมบูรณ์แบบทั่วทั้งอุปทานโซ่อาหาร การควบคุมเชิงป้องกันรวมถึงขั้น ตอนที่สถานที่ผลิตอาหารจะต้องดำเนินเพื่อป้องกัน หรือลดโอกาสความเป็นไปได้ที่จะเกิด ปัญหาขึ้นให้เหลือน้อยที่สุด กฎหมายใหม่ยังเสริมสมรรถนะของ FDA ในการควบคุมดูแล ผลิตภัณฑ์อาหารนับล้านที่เข้ามาในสหรัฐจากประเทศอื่นๆในแต่ละปีให้ได้ผลมากยิ่งขึ้นด้วย

G. 3 ส่วนสำคัญในกฎหมายฉบับนี้มีอะไรบ้าง?
สามารถแบ่งส่วนต่างๆของกฎหมายออกเป็นห้าส่วนสำคัญ: 

  • การควบคุมเชิงป้องกัน- นับเป็นครั้งแรกที่ FDA มีอำนาจตามกฎหมายกำหนดให้มี การควบคุมเชิงป้องกันทั่วทั้งอุปทานอาหารอย่างสมบูรณ์แบบ    
  • การตรวจสอบและการปฏิบัติตาม- กฎหมายตระหนักดีว่าการตรวจสอบเป็น เครื่องมือสำคัญในการทำให้อุตสาหกรรมต้องแสดงความรับผิดชอบในการผลิต อาหารที่ปลอดภัย ดังนั้น กฎหมายจึงกำหนดว่า FDA ควรตรวจสอบผู้ผลิตอาหาร บ่อยครั้งแค่ไหน FDA มุ่งมั่นที่จะใช้ทรัพยากรสำหรับการตรวจสอบในลักษณะ ที่อาศัยความเสี่ยงเป็นพื้นฐาน และจะใช้วิธีการตรวจสอบที่ปฏิรูปขึ้นใหม่    
  • ความปลอดภัยของอาหารนำเข้า- FDA มีเครื่องมือใหม่ๆที่จะรับประกันว่า อาหารนำเข้าเหล่านั้น ได้มาตรฐานของสหรัฐและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค
    ของเรา ตัวอย่างเช่น นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำเข้าต้องยืนยันว่าผู้จัดหาของตน ในต่างประเทศมีมาตรการควบคุมเชิงป้องกันพร้อมที่จะรับประกันความปลอดภัย และ FDA จะสามารถแต่งตั้งผู้ตรวจสอบที่มีคุณสมบัติให้เป็นบุคคลที่สามที่จะ รับรองได้ว่าสถานที่ผลิตอาหารในต่างประเทศปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย ทางด้านอาหารของสหรัฐ    
  • การตอบสนอง- นับเป็นครั้งแรกที่ FDA จะมีอำนาจเรียกกลับผลิตภัณฑ์อาหาร ทั้งหมดได้ FDA คาดว่า คงจะไม่ต้องอาศัยใช้อำนาจนี้บ่อยครั้ง เพราะส่วนใหญ่ ของอุตสาหกรรมอาหารทำตามคำขอร้องของเราในการเรียกอาหารกลับเอง    
  • การส่งเสริมการร่วมมือทำงาน- กฎหมายฉบับนี้ตระหนักถึงความสำคัญของการ กระชับการร่วมมือทำงานในหมู่หน่วยงานความปลอดภัยทางด้านอาหารทุกแห่ง ให้แข็งขันยิ่งขึ้น -- ของรัฐบาลกลางสหรัฐ รัฐ ท้องที่ ดินแดนในปกครอง ของชนเผ่า และต่างประเทศ--เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางสาธารณสุขของ
    เรา ตัวอย่างเช่น กฎหมายสั่งให้ FDA ปรับปรุงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทางด้าน ความปลอดภัยของอาหารของรัฐ ท้องที่ ดินแดนในปกครอง และของชนเผ่า 

G. 4 จะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ก่อนที่จะทำให้ระบบอาหารของเราปลอดภัยมากขึ้นได้?
จะเป็นกระบวนการระยะยาวในการสร้างระบบความปลอดภัยอาหารที่มีการป้องกันเป็น พื้นฐานขึ้นมาใหม่ รัฐสภาได้กำหนดวันที่โดยเฉพาะเจาะจงสำหรับการบังคับใช้ไว้ใน ตัวบทกฎหมาย อำนาจหน้าที่บางอย่างนำมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว อย่างเช่นอำนาจในการ เรียกกลับ และอื่นๆที่ FDA จะต้องร่างและออกกฎข้อบังคับและเอกสารคำแนะแนวให้ FDA มุ่งมั่นที่จะนำข้อกำหนดออกมาใช้โดยใช้กระบวนการเปิดเผยที่ให้โอกาสทุกคนที่มี ผลประโยชน์ร่วมได้แสดงความคิดเห็นด้วย

G. 5 FDA มีงบประมาณพอสำหรับการนำกฎข้อบังคับใหม่มาใช้หรือไม่?
งบประมาณที่เรามีให้ใช้ได้ ซึ่งมาจากวัฏจักรงบประมาณประจำปีและค่าธรรมเนียม ส่งผล กระทบจำนวนเจ้าหน้าที่ประจำที่เรามี และจะเป็นประเด็นต่อวิธีที่ FDA จัดการกับกิจกรรม สำคัญๆและกว้างไกล รวมทั้งลักษณะการนำกฎหมายฉบับนี้มาบังคับใช้ด้วย ตัวอย่างเช่น กำหนดการตรวจสอบตามกฎหมายจะเพิ่มภาระให้กับหน้าที่การตรวจสอบของ FDA ถ้าไม่มี งบประมาณเพิ่ม FDA จะมีปัญหาในการนำกฎหมายมาใช้ปฏิบัติให้ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ กระทบกระเทือนการทำหน้าที่สำคัญอื่นๆ เราตั้งตารอคอยที่จะทำงานร่วมกับรัฐสภา และผู้ร่วมงานอื่นๆ เพื่อให้เป็นที่แน่ใจว่า FDA มีงบประมาณเพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมาย เรื่องความปลอดภัยทางด้านอาหารและการปกป้องอาหารได้

G. 6 กฎหมายฉบับนี้จะทำให้อาหารนำเข้าปลอดภัยมากขึ้นได้อย่างไร?
ผู้บริโภคในสหรัฐได้ประโยชน์จากอาหารนำเข้าจากประเทศต่างๆมากกว่า 150 ประเทศ กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงความปลอดภัยทางอาหารให้ทันสมัย (Food Safety Modernization Act หรือ FSMA) ให้เครื่องมือใหม่แก่ FDA เพื่อรับประกันว่าอาหารนำเข้า เหล่านั้นได้มาตรฐานของสหรัฐ และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคในสหรัฐ อำนาจหน้าที่ใหม่

ตามกฎหมายฉบับนี้ รวมถึง:  

  • ความรับผิดชอบของผู้นำเข้า - ผู้นำเข้าจะต้องยืนยันได้ว่า ผู้จัดหาต่างประเทศมี การควบคุมเชิงป้องกันเพียงพอพร้อมที่จะรับประกันความปลอดภัยให้ได้  
  • การรับรองจากบุคคลที่สาม - FDA จะสามารถแต่งตั้งผู้ตรวจสอบที่มีคุณสมบัติให้เป็นบุคคลที่สามที่ให้การรับรองว่า สถานที่ผลิตอาหารในต่างประเทศปฏิบัติตาม มาตรฐานความปลอดภัยทางด้านอาหารของสหรัฐ    
  • อาหารความเสี่ยงสูง - ตั้งแต่นี้ไป FDA มีอำนาจที่จะกำหนดเงื่อนไขว่าอาหารนำเข้า ความเสี่ยงสูงต้องมีใบรับรองจากบุคคลที่สามที่เป็นที่เชื่อถือได้กำกับมา จึงจะยอมให้นำเข้ามาในประเทศนี้ได้
  • ทรัพยากรที่มีเพิ่มขึ้นจะนำไปใช้ในการตรวจสอบในต่างประเทศ    
  • ขณะนี้ FDA มีอำนาจที่จะปฏิเสธไม่ให้อาหารที่ไม่ยอมให้สหรัฐตรวจสอบ เข้ามาใน สหรัฐได้

FDA คาดว่าจะมีการบรรยายสรุปเกี่ยวกับกฎหมายฉบับใหม่นี้ให้แก่เจ้าหน้าที่ตามสถานทูต ต่างๆในกรุงวอชิงตันที่ทำงานทางด้านนี้รับฟัง และจะบรรยายสรุปเรื่องเดียวกันให้กับ องค์การการค้าโลก (World Trade Organization หรือ WTO) ด้วย

G. 7 กฎหมายฉบับนี้เปลี่ยนวิธีที่ FDA ควบคุมดูแลอาหารอย่างไรบ้าง?
กฎหมายฉบับใหม่นี้ให้ความสำคัญในเรื่องการป้องกันเป็นอันดับแรก นับเป็นครั้งแรกที่ FDA จะมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการกำหนดให้มีการควบคุมเชิงป้องกันที่มีวิทยาศาสตร์ เป็นพื้นฐานทั่วทั้งอุปทานอาหารอย่างสมบูรณ์แบบ ตามกฎหมาย จะต้องมีการนำการ  ควบคุมเชิงป้องกันสำหรับสถานที่ผลิตอาหารและการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย  สำหรับผลิตผลของสด มาบังคับใช้ FDA กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาข้อเสนอเกี่ยวกับกฎ  ข้อบังคับที่จะกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสุดที่มีหลักวิทยาศาสตร์สำหรับการผลิตอย่างปลอดภัย และการเก็บเกี่ยวผลไม้และผัก และจะพิจารณาการปรับเปลี่ยนดิน สุขภาพและอนามัยของ
แรงงาน บรรจุภัณฑ์ การควบคุมอุณหภูมิ น้ำและประเด็นเรื่องอื่นๆ สถานที่ผลิตอาหารจะ  ต้องมีแผนควบคุมเชิงป้องกันที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร จัดให้มีการติดตามดูแลการ ทำงานควบคุมเหล่านี้ และระบุการดำเนินการแก้ไขที่สถานที่ผลิตจะดำเนินการเมื่อจำเป็น


่าธรรมเนียม

F.1.1 ต้องจ่ายค่าจดทะเบียนตามกฎหมาย FSMA หรือเปล่า?

กฎหมาย FSMA ไม่ได้กำหนดให้กิจการที่ต้องจดทะเบียนต้องจ่ายเงินค่าจดทะเบียน

F.1.2 มีค่าธรรมเนียมการตรวจสอบของ FDA หรือเปล่า?

กฎหมาย FSMA ให้อำนาจแก่ FDA ในการประเมินและจัดเก็บค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับกิจการอาหารในประเทศ กิจการอาหารต่างชาติ และการตรวจสอบทบทวนสำหรับผู้นำเข้า ทั้งนี้ ในการตรวจสอบเบื้องต้นของ FDA นั้นจะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม แต่จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการตรวจสอบทบทวนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆซึ่งจะทำในกรณีที่ทำการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบปัญหาด้านความปลอดภัยของอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง

F.1.3 มีค่าธรรมเนียมหรือเปล่าเกี่ยวกับการเรียกคืนอาหารซึ่งเป็นอำนาจใหม่ที่ FDA มีอยู่ในปัจจุบัน?

FDA มีอำนาจที่จะประเมินและจัดเก็บค่าธรรมเนียมของปฏิบัติการเรียกคืนอาหารตามคำสั่งเรียกคืน (Recall order) ได้ในกรณีที่กิจการอาหารในประเทศหรือผู้นำเข้าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว

F.1.4 มีการกำหนดค่าธรรมเนียมอื่นๆอีกหรือเปล่าในกฎหมายฉบับใหม่นี้?

นอกจากนี้ ยังมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าบริหารจัดการโครงการมาตรฐานผู้นำเข้าตามความสมัครใจ (Voluntary qualified importer program) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการออกใบรับรองการส่งออกอาหารและค่าจัดทำและบริหารโครงการรับรองโดยองค์กรภายนอก ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดให้ FDA ตีพิมพ์ประกาศค่าธรรมเนียมใหม่ใดๆไว้ในทะเบียนรัฐบาลกลาง (Federal Register) โดยไม่ล่าช้ากว่า 60 วันก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ

F.1.5 ค่าธรรมเนียมเป็นเท่าไร?

เรากำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ ทาง FDA จะตีพิมพ์ค่าธรรมเนียมในเดือนสิงหาคมของแต่ละปี พร้อมอธิบายหลักการคิดค่าธรรมเนียม


การตรวจสอบและการปฏิบัติตามระเบียบ

บันทึกและการเข้าถึงบันทึก

IC1.1 FSMA มีข้อกำหนดเรื่องการตรวจสอบและการปฏิบัติตามระเบียบหลายข้อ ถามว่ามีอะไรใหม่บ้าง?

นี่เป็นครั้งแรกที่ FDA มีอำนาจออกคำสั่งตรวจสอบ กฎหมายบัญญัติว่าการตรวจสอบจะต้องทำโดยมีเหตุผลด้านความเสี่ยง นอกจากนี้ยังให้เพิ่มความถี่ของการตรวจสอบด้วย กฎหมายกำหนดให้กิจการอาหารในประเทศความเสี่ยงสูงทุกแห่งต้องได้รับการตรวจสอบภายในห้าปีนับจากวันลงนามของกฎหมายและอย่างน้อยหนึ่งครั้งทุกๆสามปีหลังจากนั้น ส่วนกิจการอาหารในประเทศที่มีความเสี่ยงระดับอื่นทุกแห่งก็ต้องได้รับการตรวจสอบภายในเจ็ดปีนับจากวันลงนามของกฎหมายและอย่างน้อยหนึ่งครั้งทุกๆห้าปีหลังจากนั้น

IC1.2 แล้วการตรวจสอบกิจการอาหารต่างชาติล่ะ?

ภายในหนึ่งปีหลังจากวันลงนามของกฎหมาย ทาง FDA จะเพิ่มการตรวจสอบกิจการอาหารต่างชาติ และเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบทุกปีเป็นเวลาห้าปี

IC1.3 จะต้องเก็บบันทึกที่กฎหมายฉบับใหม่บัญญัติไว้ในข้อกำหนด “การวิเคราะห์ภัยและการควบคุมเชิงป้องกันตามความเสี่ยง” (FSMA §103/FDCA §418) ไว้นานเพียงไร?

มาตรานี้ของกฎหมายฉบับใหม่จะมีข้อกำหนดข้อหนึ่ง (FDCA §418(g)) ที่บัญญัติไว้ว่า จะต้องเก็บบันทึกบางประเภทที่ระบุไว้ในมาตรานี้เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี

IC.2.1 ตามกฎหมาย FSMA นั้น ปัจจุบัน FDA มีอำนาจออกคำสั่งเรียกคืนอาหารแล้ว อำนาจนี้มีขั้นตอนอย่างไร?

FDA คาดการณ์ว่าเราจะใช้อำนาจออกคำสั่งเรียกคืนอาหารในกรณีที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น เราจะเปิดโอกาสให้บริษัทเข้าร่วมการพิจารณาอย่างไม่เป็นทางการก่อนจะออกคำสั่งเรียกคืนอาหาร

IC.2.2 ถ้ามีการเรียกคืนอาหารโดยสมัครใจแล้ว ทาง FDA จะออกคำสั่งเรียกคืนตามข้อกำหนด FSMA §206/FDCA §423 อีกหรือไม่?

กฎหมาย FDCA §423(a) กำหนดว่าขั้นแรกสุด FDA ต้องเปิดโอกาสให้ผู้รับผิดชอบหยุดการจัดจำหน่ายและทำการเรียกคืนอาหารโดยสมัครใจ หากผู้รับผิดชอบปฏิเสธหรือไม่หยุดการจัดจำหน่ายโดยสมัครใจหรือเรียกคืนอาหารดังกล่าวภายในระยะเวลาและวิธีการที่ FDA กำหนด ทาง FDA ก็อาจดำเนินการใช้อำนาจออกคำสั่งเรียกคืนตามที่ระบุไว้ใน FDCA §423 ได้

IC.3.1 เมื่อไรกิจการต้องเริ่มการจดทะเบียนใหม่ทุกๆสองปีในกรณีที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนกับ FDA ตามข้อกฎหมาย FDCA §415?

FSMA ได้แก้ไขข้อกฎหมาย FDCA §415 โดยกำหนดใหม่ว่า กิจการที่เข้าข่ายทุกแห่งจะต้องทำการจดทะเบียนใหม่ทุกๆ 2 ปี โดยทำระหว่างวันที่ 1 ตุลาคมจนถึง 31 ธันวาคมในปีเลขคู่ โดยจะเริ่มเป็นปีแรกในเดือนตุลาคม – ธันวาคมของปี ค.ศ. 2012

IC.3.2 มีข้อกำหนดสำคัญอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ไหม?

กฎหมายนี้ได้ให้อำนาจแก่ FDA ที่จะระงับการจดทะเบียนของกิจการได้ในบางสถานการณ์ โดยกิจการที่ถูกระงับจะไม่มีสิทธินำอาหารใดๆเข้ามาค้าขายในประเทศสหรัฐ รวมถึงการนำเข้าและส่งออกอาหารในสหรัฐด้วย นอกจากนี้ยังให้ความยืดหยุ่นมากขึ้นแก่ FDA ในการใช้อำนาจยึดสินค้า เพื่อเก็บผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนหรือตรายี่ห้อผิดไม่ให้เข้าสู่ตลาด


การป้องกัน

P.1 การควบคุมเชิงป้องกันคืออะไร?

การควบคุมเชิงป้องกันคือวิธีปฏิบัติงานที่ดูตามความเสี่ยงและใช้วิทยาศาสตร์ ที่กิจการใช้รับมือกับภัยที่อาจเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ของตน เมื่อสร้างระบบควบคุมเชิงป้องกันขึ้นแล้ว กิจการควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าการควบคุมดังกล่าวทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้แล้ว

P.2 กิจการที่ผลิต ดำเนินกรรมวิธี บรรจุหีบห่อ หรือเก็บรักษาอาหารจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย FSMA โดยการเขียนและปฏิบัติแผนควบคุมเชิงป้องกันหรือไม่?

เจตนารมณ์ของ FDA ก็คือ กิจการที่เข้าข่ายทุกแห่งจำเป็นต้องวางแผน; ระบุภัย; ระบุและปฏิบัติการควบคุมเชิงป้องกัน; แล้วตรวจสอบว่าการควบคุมเหล่านี้ทำงานได้ดีแล้ว อย่างไรก็ตาม แต่ละกิจการก็มีภัยและการควบคุมเชิงป้องกันที่แตกต่างกันออกไป แผนแต่ละแผนจึงต้องดัดแปลงให้เหมาะสมกับกิจการและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอาหารของกิจการแต่ละแห่ง

P.3 ข้อกำหนดของกฎหมายเรื่องการสร้างและปฏิบัติแผนข้างต้นนั้นมีผลบังคับใช้แล้วหรือไม่ และกิจการควรปฏิบัติงานตามวิธีการผลิตที่ดี (CGMPs) ที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือไม่?

ข้อกำหนดเรื่องนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ในตอนนี้ และจะยังไม่มีผลจนกว่าทาง FDA จะออกกฎระเบียบฉบับจริงเพื่อบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าว บริษัทต่างๆจะต้องปฏิบัติตาม CGMPs ต่อไป ยิ่งกว่านั้น FDA ไม่คิดว่าข้อกำหนดการควบคุมเชิงป้องกันอันใหม่จะมาแทนที่ CGMPs ตรงกันข้าม เราจะใช้ CGMPs เป็นรากฐานของการควบคุมเชิงป้องกัน

P.4 ข้อกำหนดเรื่องการควบคุมเชิงป้องกันทุกข้อจะมีผลต่อกิจการทุกแห่งหรือไม่?

กฎหมาย FSMA มีข้อยกเว้นหรือมีข้อกำหนดพิเศษในบางสถานการณ์ ตัวอย่างเช่นในกรณีที่กิจการต้องปฏิบัติตามและปฏิบัติได้ถูกต้องตามมาตรฐาน HACCP ของอาหารทะเลหรือน้ำผลไม้แล้ว หรือในกรณีที่กิจการมีขนาดเล็กมาก ทาง FDA จะจัดการและอธิบายแง่มุมของกฎหมายโดยถือเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการวางระเบียบเพื่อบังคับใช้ข้อกำหนดเรื่องการควบคุมเชิงป้องกัน จะมีการออกแนวปฏิบัติ ร่างของกฎ และกฎฉบับจริง พร้อมกับโอกาสรับฟังความเห็นจากประชาชนอย่างเต็มที่

P.5. กิจการอาหารที่ปฏิบัติถูกต้องตามข้อกำหนด HACCP ของน้ำผลไม้หรืออาหารทะเลอยู่แล้วนั้นจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการควบคุมเชิงป้องกันอันใหม่สำหรับกิจการหรือไม่?

ไม่จำเป็นครับ กฎหมาย FSMA มีข้อยกเว้นสำหรับกิจการอาหารที่ต้องปฏิบัติตามและปฏิบัติได้ถูกต้องตามระเบียบ HACCP ของน้ำผลไม้หรืออาหารทะเลของ FDA แล้ว

P.6 ขอบเขตของการยกเว้นสำหรับอาหารที่เข้าข่ายระเบียบอาหารกระป๋องความเป็นกรดต่ำ (LACF) มีอะไรบ้าง?

สำหรับการยกเว้นในอาหาร LACF จะยกเว้นเฉพาะภัยจากจุลินทรีย์เท่านั้น แต่จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการควบคุมเชิงป้องกันสำหรับภัยประเภทอื่น


กฎความปลอดภัยสำหรับผลิตผลการเกษตร

PS.1 FDA จะคำนึงถึงความหลากหลายของลักษณะฟาร์ม วิธีการเพาะปลูก สินค้า ฯลฯ อย่างไรบ้างในการวางกฎความปลอดภัยสำหรับผลิตผลการเกษตรภายใต้กฎหมายฉบับใหม่?

FDA ทราบดีถึงความหลากหลายอย่างมากในอุตสาหกรรมนี้ รวมถึงขนาดของกิจการ วิธีเพาะปลูก สภาวะการเพาะปลูก และเรื่องอื่นๆ เราจะออกกฎระเบียบที่มีความยืดหยุ่น

PS.2 ตอนนี้เกษตรกรจะทำอะไรได้บ้างเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับระเบียบความปลอดภัยของผลิตผลการเกษตรที่จะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆนี้ และ FDA จะช่วยเกษตรการทำความเข้าใจและปฏิบัติตามระเบียบเหล่านี้ได้อย่างไร?

แม้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกซักระยะกว่าระเบียบเรื่องข้อกำหนดความปลอดภัยสำหรับผลิตผลการเกษตรจะมีผลบังคับใช้ เกษตรกรก็สามารถเริ่มประเมินการดำเนินงานของตนด้านความปลอดภัยของอาหารได้ตั้งแต่ตอนนี้ อีกอย่างหนึ่งที่เกษตรการสามารถทำได้ก็คือศึกษาจากเอกสารของ FDA ที่ชื่อ “แนวปฏิบัติสำหรับอุตสาหกรรม: แนวทางเรื่องการลดภัยด้านความปลอดภัยของอาหารจากจุลินทรีย์ในผักผลไม้สด3” (หรือรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่าแนวปฏิบัติ “วิธีทำการเกษตรที่ดี” หรือ “GAPs”)

ที่ FDA เราพบว่าหัวใจสำคัญที่สุดในการปฏิบัติตามระเบียบทุกประเภท และเป็นสิ่งที่เราคิดว่าจำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อนในการบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยของผลผลิตการเกษตรก็คือ “การให้ความรู้” และ “บริการที่ทั่วถึง” เราจะพยายามอย่างจริงจังที่จะจัดทำโครงการอบรมที่เป็นมาตรฐาน เพื่อช่วยเกษตรกรให้มีมาตรฐานเทียบเท่ากับระดับที่ FDA ต้องการสำหรับการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตการเกษตร

PS.3 เกษตรกรจะได้ข้อมูลดังกล่าวได้อย่างไร?

จะมีการขยายขอบเขตของบริการอย่างมากเพื่อช่วยผู้ผลิตให้สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยของผลผลิตการเกษตรที่จะบังคับใช้ในเร็วๆนี้ได้ ทาง FDA กำลังประสานงานอย่างจริงจังกับฝ่ายบริการการตลาดเกษตรกรรมของ USDA และมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ในโครงการร่วมที่ชื่อ “พันธมิตรความปลอดภัยของผลผลิตการเกษตร” ซึ่งจะเป็นชื่อที่ท่านจะได้ยินบ่อยอย่างแน่นอนในช่วงสองสามเดือนที่จะถึงนี้ เราจะคำนึงถึงความร่วมมือและความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เช่นภาควิชาการ อุตสาหกรรม และผู้บริโภค ในฐานะที่เป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ของความสำเร็จในการรวบรวมโครงการการศึกษาที่สำคัญในพื้นที่แถบนี้ และเพื่อให้เกิดความเข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้องตามระเบียบที่จะออกใช้


ารนำเข้า

ข้อมูลทั่วไปเรื่องการนำเข้า

I.1.1 ข้อใดเป็นจุดสำคัญที่แตกต่างไปของกฎหมาย FSMA ที่ผู้นำเข้าควรสังเกต?

นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้นำเข้าจะต้องวางระบบเพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์อาหารที่ตนนำเข้ามาในประเทศนี้มีความปลอดภัยแล้ว นอกจากข้อกำหนดอื่นๆอีกหลายข้อแล้ว ผู้นำเข้าจำเป็นต้องยืนยันว่าซัพพลายเออร์ (ผู้จัดหาผลิตภัณฑ์) ของตนนั้นปฏิบัติถูกต้องตามการควบคุมเชิงป้องกันตามความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมตามสมควรแล้ว เพื่อให้ความคุ้มครองด้านสุขภาพแก่ประชาชนในระดับเดียวกันกับที่กฎหมาย FSMA กำหนด

I.1.2 ถ้าบริษัทต่างชาติจดทะเบียนในประเทศสหรัฐแล้ว จะต้องจดทะเบียนใหม่อีกหรือเปล่า?

ตามกฎหมาย FSMA ตอนนี้กิจการอาหารทุกแห่งที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนจะต้องยื่นจดทะเบียนต่ออายุทุกสองปี อย่างไรก็ตาม เราจะมีขั้นตอนการจดทะเบียนแบบเร่งด่วนไว้บริการแก่บริษัทที่เคยจดทะเบียนแล้ว ซึ่งจะให้ใช้ได้ในกรณีที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลที่จดทะเบียนไว้

I.2.1 โครงการยืนยันซัพพลายเออร์ต่างชาติ (FSVP) คืออะไรและมีขั้นตอนอย่างไร?

โครงการ FSVP กำหนดให้ผู้นำเข้าต้องดำเนินกระบวนการยืนยันซัพพลายเออร์ต่างชาติโดยยึดตามความเสี่ยง เพื่อยืนยันว่าอาหารที่นำเข้ามานั้นไม่ถูกปนเปื้อนและถูกผลิตขึ้นตามข้อกำหนดการควบคุมเชิงป้องกันและมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตผลการเกษตรของ FDA แล้ว (ถ้ามี) รวมถึงข้อกำหนดอื่นๆด้วย

I.2.2 ใครบ้างที่ต้องเข้าโครงการยืนยันซัพพลายเออร์ต่างชาติ?

เมื่อข้อกำหนดของโครงการยืนยันซัพพลายเออร์ต่างชาติมีผลบังคับใช้ โครงการนี้จะมีผลครอบคลุมถึงผู้นำเข้าทุกคน เว้นแต่จะมีข้อยกเว้น กฎหมายให้นิยามคำว่า “ผู้นำเข้า” ไว้ดังนี้:
(A) เจ้าของหรือผู้รับฝากขายอาหารในสหรัฐอเมริกา ณ เวลาที่อาหารดังกล่าวเข้าสู่สหรัฐอเมริกา; หรือ 
(B) ในกรณีที่ไม่มีเจ้าของหรือผู้รับฝากขายในสหรัฐอเมริกาตามย่อหน้าย่อยที่ (A) ก็จะหมายถึงตัวแทนหรือผู้แทนในสหรัฐอเมริกาของเจ้าของหรือผู้รับฝากขายในต่างประเทศของอาหารดังกล่าว ณ เวลาที่อาหารเข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา

I.2.3 มีอาหารประเภทใดบ้างที่ข้อกำหนดของโครงการนี้ครอบคลุมถึง?

ข้อกำหนดของโครงการยืนยันซัพพลายเออร์ต่างชาติจะครอบคลุมถึงอาหารทุกประเภทที่นำเข้าโดยผู้นำเข้าหรือตัวแทนของผู้นำเข้า เว้นแต่จะเข้าข่ายตามข้อยกเว้น

I.2.4 มีบริษัทใดบ้างที่ได้รับการยกเว้นจากจากข้อกำหนดนี้?

ข้อกำหนดนี้ไม่ครอบคลุมถึงกิจการที่เจ้าของ ผู้ดำเนินงาน หรือตัวแทนที่ดูแลอยู่นั้นเข้าข่ายและต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ FDA ของผลิตภัณฑ์อาหารทะเล น้ำผลไม้ หรืออาหารกระป๋องความเป็นกรดต่ำอยู่แล้ว ทั้งนี้ ข้อยกเว้นของอาหารกระป๋องความเป็นกรดต่ำนั้นจะครอบคลุมถึงภัยจากจุลินทรีย์เท่านั้น นอกจากนี้ กฎหมายยังบัญญัติให้ FDA ยกเว้น (โดยแจ้งไว้ในทะเบียนรัฐบาลกลาง) สำหรับอาหารที่นำเข้ามาในสหรัฐอเมริกาในปริมาณเล็กน้อยเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการวิจัยและประเมินผล หรือเพื่อการบริโภคส่วนตัว กฎหมายนี้ยังบัญญัติให้ FDA ออกระเบียบเสริมและออกแนวปฏิบัติเรื่อง FSVPs ด้วย

I.2.5 มีข้อยกเว้นสำหรับอาหารเพื่อการวิจัยปริมาณเล็กน้อยหรือไม่?

กฎหมายนี้มีข้อยกเว้นสำหรับอาหารที่นำเข้ามาในปริมาณเล็กน้อยเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการวิจัยและประเมินผล แต่อาหารดังกล่าวต้องไม่ได้มีไว้เพื่อขายปลีกและไม่ได้ขายหรือจัดจำหน่ายให้แก่ประชาชน

I.3.1 ความสัมพันธ์ระหว่างโครงการรับรองและโครงการยืนยันซัพพลายเออร์ต่างชาตินั้นเป็นอย่างไร?

“การรับรอง” (Certification) นั้นแตกต่างจาก “โครงการยืนยันซัพพลายเออร์ต่างชาติ” (Foreign supplier verification program) การยืนยันซัพพลายเออร์ต่างชาติคือข้อบังคับทั่วไปที่ครอบคลุมถึงผู้นำเข้าอาหารทุกราย เว้นแต่จะเข้าข่ายตามข้อยกเว้น ตรงกันข้าม การรับรองนั้นจะต้องมีเฉพาะในกรณีที่ FDA ต้องการให้มีการรับรองเท่านั้น โดย FDA จะตัดสินว่ากิจการใดต้องได้รับการรับรองโดยดูจากความเสี่ยงของอาหาร รวมถึงการพิจารณาปัจจัยบางอย่างที่กำหนดไว้ในกฎหมายด้วย

I.4.1 โครงการรับรองโดยผู้ตรวจสอบภายนอก (Third-party auditor accreditation program) เป็นอย่างไร?

มาตรา 307 บัญญัติให้ FDA วางระบบการรับรองมาตรฐานโดยองค์กรที่ให้การรับรองแก่ผู้ตรวจสอบภายนอก โดยผู้ตรวจสอบนี้จะทำหน้าที่ออกใบรับรองเพื่อเป็นการรับรองการนำเข้าอาหาร รวมถึงทำหน้าที่อื่นๆด้วย ทั้งนี้ กฎหมายบัญญัติให้ FDA ออกระเบียบเสริมได้ เช่นข้อกำหนดเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ความเชื่อมโยงทางการเงิน และการตรวจสอบโดยไม่แจ้งล่วงหน้า รวมถึงมาตรฐานการรับรองต้นแบบ เช่นข้อกำหนดเรื่องรายงานการตรวจสอบตามระเบียบ

I.4.2 ผู้ตรวจสอบผ่านการรับรอง (Accredited auditor) ต้องแจ้ง FDA หรือไม่หากพบสถานการณ์น่ากังวลระหว่างการตรวจสอบให้คำปรึกษา?

กฎหมายกำหนดว่า ระหว่างการตรวจสอบนั้น ผู้ตรวจสอบภายนอกที่ผ่านการรับรองหรือตัวแทนตรวจสอบของผู้ตรวจสอบดังกล่าวจะต้องแจ้งให้ FDA ทราบทันทีหากพบสถานการณ์ที่สามารถเป็นสาเหตุหรือส่งผลให้เกิดความเสี่ยงอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน

I.4.3 ผู้ตรวจสอบต้องยื่นรายงานการตรวจสอบให้ FDA หรือเปล่า?

ผู้ตรวจสอบภายนอกที่ผ่านการรับรองหรือตัวแทนตรวจสอบของผู้ตรวจสอบดังกล่าวจะต้องจัดทำรายงานการตรวจสอบสำหรับการตรวจสอบทุกครั้ง ในกรณีที่เป็นการตรวจสอบตามระเบียบ (Regulatory audit) (ซึ่งกฎหมายจำแนกไว้แตกต่างจากการตรวจสอบแบบให้คำปรึกษา (Consultative audit)) นั้น ผู้ตรวจสอบก็ต้องยื่นรายงานให้ FDA ด้วย นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดว่า FDA มีสิทธิร้องขอรายงานบางฉบับจากการตรวจสอบตามระเบียบและสามารถเข้าดูผลการตรวจสอบให้คำปรึกษาได้ โดยจะปฏิบัติงานนี้ตามอำนาจการเข้าดูบันทึกที่บัญญัติไว้ในข้อกำหนดข้อหนึ่งในกฎหมายอาหาร ยา และเครื่องสำอางของรัฐบาลกลาง

I.4.4 รัฐบาลของประเทศอื่นสามารถเป็นผู้ตรวจสอบภายนอกได้หรือไม่?

สหกรณ์และหน่วยงานของรัฐในต่างประเทศมีสิทธิให้การรับรองในฐานะผู้ตรวจสอบภายนอกได้

I.4.5 โครงการมาตรฐานผู้นำเข้าตามความสมัครใจ (VQIP) คืออะไร และโครงการนี้จะไม่ทำให้ FDA ต้องพึ่งพาการตรวจสอบจากรัฐบาลของประเทศอื่นมากเกินไปหรือ?

มาตรา 302 ของกฎหมายนี้บัญญัติให้ FDA จัดโครงการมาตรฐานผู้นำเข้าตามความสมัครใจ (VQIP) ขึ้นซึ่งเป็นโครงการที่เป็นแบบตามความสมัครใจและจะดำเนินการด้วยทุนจากผู้เข้าร่วมโครงการ วัตถุประสงค์ก็คือเพื่อลดเวลาที่ใช้ในการนำอาหารเข้าสู่ประเทศสหรัฐของผู้นำเข้าที่ได้มาตรฐานและมีสิทธิ หากต้องการมีสิทธิเข้าร่วมในโครงการ VQIP นี้ ผู้นำเข้าต้องยื่นเสนออาหารที่จะนำเข้าจากกิจการที่ได้รับการรับรองจากบุคคลภายนอกที่ผ่านการรับรองแล้ว ทาง FDA จะคัดเลือกผู้นำเข้าที่มีสิทธิให้เข้าสู่โครงการ VQIP นี้โดยพิจารณาตามความเสี่ยง กฎหมายฉบับใหม่ยังกำหนดให้ FDA ออกแนวปฏิบัติเรื่องการเข้าร่วมและปฏิบัติงานตามโครงการ VQIP อีกด้วย

I.4.6 เนื่องจากมีมาตรฐาน ISO เรื่ององค์กรตรวจสอบและรับรองอยู่แล้ว ทาง FDA จะให้การรับรองประเทศต่างๆที่ปฏิบัติถูกต้องตามมาตรฐานเหล่านี้เลยหรือไม่ ตามข้อกำหนดการรับรองและให้ใบรับรอง?

ในการกำหนดมาตรฐานต้นแบบของโครงการรับรองด้วยการตรวจสอบโดยบุคคลภายนอก กฎหมายได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า FDA ต้องคำนึงถึงมาตรฐานที่มีอยู่ ณ วันออกกฎหมายมาตรานี้เพื่อใช้เป็นแนวทาง เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็นของขั้นตอนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนั้น ทาง FDA จะยังคงคำนึงถึงมาตรฐานของนานาชาติและเราจะผลักดันองค์กรรับรองต่างๆในการกำหนดมาตรฐานเหล่านี้

I.4.7 ต้องมีการรับรองการนำเข้าหรือไม่สำหรับอาหารความเสี่ยงสูง?

ปัจจุบัน FDA กำลังพิจารณาเรื่องวิธีการให้นิยามและระบุอาหารความเสี่ยงสูง

I.4.8 FDA มีเครื่องมือรักษากฎหมายอันใหม่สำหรับการนำเข้าหรือไม่?

มีครับ ขั้นแรก เราจะเพิ่มจำนวนการตรวจสอบในต่างประเทศของเรา ทาง FDA มีอำนาจปฏิเสธไม่ให้สินค้าเข้าประเทศได้หากกิจการในต่างประเทศไม่ยอมให้ FDA เข้าตรวจกิจการที่เรามีอำนาจเรียกขอใบรับรองสำหรับอาหารความเสี่ยงสูง; และในประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้านั้นจะต้องมีชื่อประเทศทุกประเทศที่ปฏิเสธไม่รับอาหารเข้าประเทศ โดยถือเป็นองค์ประกอบเสริม


ขอบเขต

S.1 ทุกมาตราของกฎหมายนี้ครอบคลุมถึงอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วยหรือไม่?

ครอบคลุมครับ แต่อย่างไรก็ดี FDA ได้รับอนุญาตโดยชัดแจ้งให้มีอำนาจดัดแปลงข้อกำหนดควบคุมเชิงป้องกันได้สำหรับกิจการที่ผลิตอาหารสัตว์แต่เพียงอย่างเดียว และเรายังมีอำนาจยกเว้นกิจการประเภทนี้จากข้อกำหนดควบคุมเชิงป้องกันอย่างสิ้นเชิงเลยก็ได้ อย่างไรก็ตาม FDA ต้องออกและประกาศใช้ระเบียบก่อนจึงจะทำการดัดแปลงหรือยกเว้นข้างต้นได้

S.2 กฎหมายนี้ครอบคลุมถึงร้านอาหารและผู้ค้าปลีกอาหารด้วยหรือไม่?

ข้อกำหนดบางข้อแต่ไม่ทุกข้อของกฎหมายได้ให้การยกเว้นร้านอาหารและผู้ค้าปลีกอาหาร ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารและกิจการค้าปลีกอาหารจะไม่ต้องจดทะเบียนกับ FDA ก็ได้ ดังนั้นกิจการเหล่านี้จึงไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่มีไว้สำหรับกิจการจดทะเบียน ตัวอย่างเช่นการควบคุมเชิงป้องกัน แต่ข้อกำหนดข้ออื่นอาจจะครอบคลุมถึงร้านอาหารและผู้ค้าปลีกอาหารได้ อย่างเช่นโครงการยืนยันซัพพลายเออร์ต่างชาติ ซึ่งครอบคลุมถึงผู้นำเข้าด้วย


รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องชุดเอกสาร แนวปฏิบัติ กฎหมาย และระเบียบ

M.1 เอกสารด้านกฎหมาย (Law) ระเบียบ (Regulation) และแนวปฏิบัติ (Guidance) มีความแตกต่างกันอย่างไร? 

  • FDA ปฏิบัติงานภายใต้กฎหมายหลายฉบับ เราเป็นผู้ออกระเบียบและแนวปฏิบัติเป็นประจำ    
  • กฎหมายอาหาร ยา และเครื่องสำอางของรัฐบาลกลาง (FD&C Act) เป็นกฎหมายของรัฐบาลกลางที่ออกโดยรัฐสภาสหรัฐ กฎหมายนี้และกฎหมายของรัฐบาลกลางฉบับอื่น (อย่างเช่นกฎหมายป้องกันการสูบบุหรี่ในครอบครัวและการควบคุมยาสูบ) จะกำหนดกรอบทางกฎหมายที่ FDA ต้องปฏิบัติตาม    
  • FDA ออกระเบียบโดยยึดตามข้อกฎหมายที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย FD&C Act หรือกฎหมายฉบับอื่นที่ FDA ต้องปฏิบัติตาม ทาง FDA จะปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ใน Administrative Procedure Act เวลาออกระเบียบต่างๆ ซึ่งปกติแล้วจะมีขั้นตอนการ "ออกกฎระเบียบโดยการประกาศและขอความคิดเห็น" เพื่อรับฟังความเห็นของประชาชนที่มีต่อร่างระเบียบ ก่อนจะออกระเบียบฉบับจริง นอกจากนี้ ระเบียบของ FDA นั้นยังจัดว่าเป็นกฎหมายของรัฐบาลกลางฉบับหนึ่งอีกด้วย แต่ไม่จัดว่าเป็นกฎหมาย FD&C Act    
  • FDA จะปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในระเบียบ "แนวปฏิบัติที่ดี” (Good Guidance Practice) เวลาออกแนวปฏิบัติของ FDA ทั้งนี้ ในแนวปฏิบัติของ FDA จะอธิบายแนวความคิดในปัจจุบันของหน่วยงานเราที่มีต่อประเด็นของระเบียบเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อย่างไรก็ตาม แนวปฏิบัติจะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายทั้งต่อประชาชนและต่อ FDA

M.2 ชุดเอกสารคืออะไร?

ชุดเอกสาร (Docket) คือเอกสารหลายฉบับ มักจะให้เปิดเผยให้ประชาชนตรวจสอบได้ จะเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการออกกฎระเบียบหรือการปฏิบัติงานอื่นๆ
แฟ้มของชุดเอกสาร อาจจะประกอบด้วย: 

  • เอกสารทะเบียนรัฐบาลกลาง (Federal Register) หนึ่งฉบับขึ้นไป (กฎและประกาศต่างๆ)      
  • สื่อต่างๆที่อ้างอิงไว้ในเอกสารเหล่านี้       
  • ความคิดเห็นจากประชาชน 
  • เอกสารคำขอ คำร้อง หรือคำตัดสินของศาล     
  • เอกสารอื่นๆที่ผู้ตัดสินใจได้นำมาใช้

M.3 จะค้นหาชุดเอกสารได้อย่างไร?

เข้าสู่ระบบที่ http://www.regulations.gov แล้วกรอกคำค้นหาของท่านที่หน้าหลักของ Regulations.gov กาเครื่องหมายในกล่องใกล้กับส่วนค้นหาที่ชื่อ "เปิดรับความคิดเห็น” (Open for comment) การเลือกนี้จะทำให้ผลการสืบค้นนั้นแสดงแต่รายการที่เปิดรับฟังความคิดเห็น เมื่อผลการค้นหาปรากฏขึ้นแล้ว ท่านก็สามารถจำกัดขอบเขตผลการค้นหาให้แคบลงได้โดยใช้ฟิลเตอร์ที่อยู่ด้านบนสุดของจอภาพ ถ้าต้องการให้แสดงเฉพาะร่างกฎระเบียบและประกาศเท่านั้น ก็ให้ท่านกาเครื่องหมายที่อยู่ข้างรายการดังกล่าว